รู้จัก!! วิ่งเทรล (Trail Running) คืออะไร และต้องเตรียมอะไรก่อนเริ่มวิ่งครั้งแรก

trail running
หัวข้อที่น่าสนใจ

การมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงจะช่วยให้การใช้ชีวิตในแต่ละวันของเรานั้น สามารถทำตามเป้าหมายที่วางไว้ได้มากมายเลยค่ะ จึงไม่แปลกหากจะเห็นหลายคนเริ่มหันมาออกกำลังกายด้วยการวิ่งมากขึ้น แน่นอนว่าการวิ่งก็มีอยู่ด้วยกันหลากหลายประเภท และหนึ่งในประเภทที่น่าสนใจและท้าทายเป็นอย่างมากนั่นก็คือ การวิ่งเทรล (Trail Running) หลายคนอาจจะไม่รู้จัก วันนี้เราเลยจะพาทุกคนไปทำความรู้จักให้มากขึ้นกันค่ะ

วิ่งเทรล (Trail Running) คืออะไร

วิ่งเทรล (Trail Running)
วิ่งเทรล (Trail Running)

คือ การวิ่งในรูปแบบของการผจญภัยตามบริเวณหรือพื้นที่ทางธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นป่า ภูเขา ทุ่งหญ้ากว้าง หรือตามภูมิประเทศของสถานที่จัดงานนั้นๆ ซึ่งในแต่ละพื้นที่ก็มีลักษณะของเส้นทางวิ่งแตกต่างกันออกไปตามระยะทาง สิ่งสำคัญนักวิ่งไม่สามารถคาดเดาได้เลยว่าจะต้องพบเจอกับเส้นทางในการวิ่งแบบใดบ้าง และนั่นคือสิ่งที่ท้าทายค่ะ เพราะบางครั้งอาจต้องเผชิญทั้งเนิน ดิน หิน ทราย สภาพภูมิอากาศ เส้นทางจะมีความแตกต่างจากการวิ่งแบบปกติในเมืองอย่างสิ้นเชิง บางแห่งจะมีแค่ทางราบและทางขึ้นเนิน เพราะการวิ่งแบบปกติมักจะใช้เส้นทางที่เรียบ เช่น บนท้องถนน หรือสวนสาธารณะ เป็นต้น

ข้อควรรู้! สำหรับการวิ่งเทรลครั้งแรก

ข้อควรรู้! สำหรับการวิ่งเทรลครั้งแรก
สำหรับผู้เริ่มวิ่งเป็นครั้งแรก ควรจะต้องเตรียมตัวและศึกษาข้อมูลในด้านต่างๆ ก่อนลงสนามจริง

สำหรับผู้เริ่มวิ่งเป็นครั้งแรก ควรจะต้องเตรียมตัวและศึกษาข้อมูลในด้านต่างๆ ก่อนลงสนามจริงนะคะ นั่นก็เพื่อคำนึงถึงความปลอดภัยของตัวเอง รวมทั้งรู้จักป้องกัน และการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เมื่อเกิดสิ่งที่ไม่คาดคิดในขณะที่กำลังทำกิจกรรมอยู่ ดังนั้นเราควรเตรียมความพร้อมดังต่อไปนี้ค่ะ

1. ควรศึกษาเรื่องระยะทางที่จะใช้ในการวิ่งเทรล

ในส่วนของการ Trail Running นั้นจะมีระยะทางสำหรับการวิ่งตั้งแต่ 10-100 กิโล เส้นทางจะมีอุปสรรคเพื่อเซอร์ไพรส์นักวิ่งเป็นระยะๆ เนื่องจากเส้นทางในป่าจะมีทั้งความชื้น และระดับเส้นทางที่มีขึ้นลง

2. ควรศึกษาเรื่องความชันของเส้นทางวิ่งเทรล

อย่างที่ทราบกันดีว่าการ Trail Running คือ การวิ่งในป่า หรือ ตามเส้นทางธรรมชาติ ดังนั้นนักวิ่งจึงไม่สามารถหลีกเลี่ยงความชันของเส้นทางได้เลยนั่นเอง ทั้งนี้สนามแต่ละที่อาจจะมีความแตกต่างในเรื่องความโหด หรือแม้กระทั่งความลาดชันให้เรานั้นได้เผชิญ

3. ควรศึกษาช่วงเวลาของการจัดแต่ละงานวิ่งเทรลให้ดี

แน่นอนว่าการวิ่งประเภทนี้จะมีการจัดในทุกฤดู ดังนั้นจำเป็นที่จะต้องศึกษาในเรื่องของช่วงเวลาที่จัดงานให้ดีเสียก่อน และควรคำนึงถึงภูมิอากาศ สภาพของสนาม รวมทั้งความพร้อมของร่างกายด้วย เพราะบางงานอาจจะจัดตรงกับในช่วงที่สภาพอากาศไม่อำนวยต่อภูมิต้านทานของร่างกาย

4. ศึกษาคุณสมบัติของตัวเรากับระยะทาง

การ Trail Running จะมีการกำหนดคุณสมบัติของนักวิ่งตามระยะทางที่สามารถวิ่งได้ เนื่องจากแต่ละสนามมีความยากง่ายแตกต่างกันออกไปแล้วแต่สถานที่จัดงาน ซึ่งจะมีการคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้เข้าร่วมกิจกรรมเป็นหลักอยู่แล้ว

5. ศึกษาและทำความคุ้นเคยกับอุปกรณ์วิ่งเทรล

ในการวิ่งประเภทนี้จะมีอุปกรณ์ที่ใช้ในการมากมายหลายชนิด ทั้งนี้อุปกรณ์ทุกชิ้นมีไว้เพื่ออำนวยความสะดวกในการวิ่ง รวมทั้งสามารถนำมาใช้ในการช่วยเหลือตัวเองในยามที่เจอกับอุปสรรคระหว่างทางได้เช่นกัน ซึ่งอุปกรณ์ในการ Trail Running นั้น หลักๆ เช่น เป้น้ำ, Trekking Pole อุปกรณ์ที่ใช้ในการพยุงตัวในการเดินเขา และรองเท้าสำหรับการ Trail Running โดยเฉพาะ ซึ่งจะมีคุณสมบัติในการเกาะถนนได้ดี

6. ค่าใช้จ่ายในการสมัคร

การวิ่งเทรลในแต่ละสนามจะมีการสมัครและเสียค่าสมัครที่แตกต่างกันออกไป บางงานจะเสียค่าสมัครแพงกว่าการวิ่งแบบปกติ เพราะจำเป็นจะต้องมีเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัย รวมทั้งผู้ที่มีความเชี่ยวชาญและชำนาญในการจัดเส้นทาง รวมทั้งการให้บริการแก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรมที่มีอยู่หลายจุดด้วยกัน ค่าใช้จ่ายราคาจะอยู่ที่ประมาณ 1,500-6,000 บาท ขึ้นอยู่กับระยะทางค่ะ

วิ่งเทรล (Trail Running)
วิ่งเทรล (Trail Running)

แน่นอนว่าการ Trail Running จะทำให้เราได้สัมผัสกับธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ ยังถือว่าเป็นกิจกรรมที่ทำให้ผู้เข้าร่วมได้ผจญภัยไปกับเส้นทางธรรมชาติ ทั้งท้าทาย สนุก และได้ชมวิวสวยๆ ระหว่างทางอีกด้วย เพราะเส้นทางที่ใช้ในการวิ่งนั้น ผู้เข้าร่วมไม่สามารถคาดเดาได้เลยว่าแต่ละเส้นทางจะมีอุปสรรคอะไรให้ได้เผชิญบ้าง ดังนั้นแนะนำว่าให้เตรียมความพร้อมของสภาพร่างกายให้ดี เพื่อป้องการอาการบาดเจ็บนั่นเองจ้า

ติดตามอ่านบทความที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ Workoutkan – รับเคล็ดลับดูแลสุขภาพกันเลยที่นี่

sponsor by www.essexinfo.net